Elephant Conservation Network (ECN)
The Elephant Conservation Network - Kanchanaburi - Thailand
จดหมายข่าวเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง Vol. 4 Issue 3: 2008 
เป้าหมายของ
เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง

To understand the causes and effects of human- elephant conflict (HEC) and establish an inclusive and collaborative approach to seeking solutions and planning interventions.


เครือข่ายอนุรักษ์ช้างเป็น
องค์กรขนาดเล็กที่ไม่มุ่งหวังผล
กำไร และการดำเนินงานอาศัย
กองทุนต่างๆ และการบริจาค
จากภาคเอกชน   เครือข่ายฯ ยินดีและขอขอบพระคุณเป็น
อย่างสูงต่อการสนับสนุนด้าน
การเงินจากท่าน 


Make a Donatation to ECN
 
ECN is
supported by:
ECN is also
sponsored by:
Bring The Elephants Home

Belinda Stewart-Cox

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ และผู้สนับสนุนทุกท่าน,

ช่วงนี้เป็นช่วงของการทำงานที่สานต่อจากโครงการเดิม และการเข้าไปหาผู้ให้ความร่วมมือใหม่ๆ  ขณะเดียวกันก็กำลังเขียนรายงานสิ่งที่ค้นพบต่างๆ  และขอความสนับสนุนครั้งใหม่จากผู้สนับสนุนเงินทุนที่มีคุณค่ายิ่งต่อเรา

ธีมของกิจกรรมทุกอย่างที่เราได้รายงานไปคือ ความเป็นเจ้าของร่วมกัน ทุกๆ กิจกรรมต้องมีความร่วมมือ - กับภาครัฐ มหาวิทยาลัย ชุมชนในพื้นที่และเอ็นจีโออื่นๆ รวมถึงภาคธุรกิจเอกชน ในท้ายที่สุด เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ชื่อของเราได้กลายมาเป็นความจริง  เรากำลังสร้างเครือข่ายอย่างมากมายในขณะนี้  
เมื่อท่านได้รับจดหมายฉบับนี้ ปีใหม่ก็กำลังมาเยือนพวกเรา  ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสุข มีสุขภาพแข็งแรงและประสพโชคดีตลอดปี 2552

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่สนับสนุนเรามาตลอด
Belinda Stewart-Cox
ผู้อำนวยการเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง  กาญจนบุรี  

1. ECN เปิดตัวโครงการฟื้นฟูป่า
Mrs Pannor, village nursery manager.

เมื่อเดือนสิงหาคม ECN ได้เปิดตัวโครงการฟื้นฟูป่าสลักพระซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน Keidanren Nature Conservation Fund. โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูป่าภายในและรอบๆ สลักพระ และเพื่อก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมการวิจัยเพื่อการฟื้นฟูป่าสำหรับภาคตะวันตก โดยการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่พื้นที่อนุรักษ์ และหน่วยวิจัยเพื่อการฟื้นฟูป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (FORRU) พื้นที่เป้าหมายแห่งแรกคือหมู่บ้านแก่งปลากด ซึ่งการตัดไม้ การเลี้ยงปศุสัตว์และไฟได้ทำให้ป่าในชุมชนซึ่งตั้งอยู่ติดกับสลักพระเสื่อมโทรมลง ผู้ใหญ่วสันต์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านที่กระตือรือร้นได้ช่วยคัดเลือกสมาชิกชุมชนสองคน คือ  นางพะนอ (ขวา) และนางสาววรินดาเพื่อรับผิดชอบจัดการเรือนเพาะชำของหมู่บ้าน เพื่อนร่วมงานในซีกของสลักพระคือ ลุงหวาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้และลูกสาวชื่อรุ่งระวี ทุกคนรักต้นไม้และนี่ทำให้พวกเขากลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่งสำหรับโครงการนี้

2. การปลูกป่าเสริมในทุ่งสลักพระ

Tree planting in Thung Salakpra.

ภายในสลักพระ ถิ่นอาศัยของช้างเสื่อมโทรมลงจากการถูกไฟไหม้และการตัดไม้หลายปีติดต่อกัน ดังนั้นไม้ไผ่จึงกลายเป็นพืชเด่น ปีนี้หลังจากไม้ไผ่ได้ออกดอกและตายทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่จำนวนมาก ขณะนี้ เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง กำลังทำงานร่วมกับสลักพระในการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าในบริเวณเหล่านี้ด้วยพันธุ์ไม้พื้นเมือง  จากการสนับสนุนของกองทุนไคดันเรน และมูลนิธิ Bring The Elephants Home, เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2551 มีชาวบ้าน ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการและอาสาสมัครคนอื่นๆ จำนวน 104 คนได้เข้าร่วมในวันปลูกป่าครั้งที่ 1  (ขวา) เมื่อสิ้นสุดวัน เราได้ปลูกต้นไม้ทั้งหมด 7000 ต้น ในพื้นที่ 30 ไร่  มีการติดตามการเติบโตและการอยู่รอดของต้นไม้เหล่านี้ รวมทั้งการกำจัดวัชพืชทุกๆ สองสัปดาห์  ถึงตอนนี้ ประมาณร้อยละ 80 รอดชีวิตแต่ในเวลาอันใกล้นี้ พวกมันต้องผ่านหน้าแล้งไปให้ได้

3. รั้วไฟฟ้าป้องกันช้างป่าที่สลักพระ

Crop-raiding map.

หลังจากสองปีในการเก็บบันทึกข้อมูล ตอนนี้เครือข่ายอนุรักษ์ช้างสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บมาในการช่วยชาวบ้าน สลักพระและหน่วยงานของรัฐในพื้นที่เขียนแผนโครงการติดตั้งรั้วไฟฟ้าระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร ตามแนวเขตของสลักพระ (ขวา) โครงการนี้จะเริ่มต้นด้วยการติดตั้งรั้วบริเวณที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการบุกรุกของช้างป่า โดยติดตั้งทีละส่วนเริ่มจากหมู่บ้านแก่งปลากด (ขวา) ซึ่งเราได้เรียนรู้แนวคิดนี้จากโครงการ Rhino Ark (ที่ได้ไปเยี่ยมชมในระหว่างการทัศนศึกษาที่เคนยาในปี 2549) ทุนบางส่วนได้รับจากงบอยู่ดีมีสุขของอำเภอเมือง และได้เสนอโครงการเพื่อขอสนับสนุนจากงบกองทุนพลังงานเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งเป็นสาเหตุรากเหง้าของปัญหาช้างป่าบุกรุกพืชผลทางการเกษตรและรูปแบบอื่นๆ ของความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างรอบสลักพระ จนถึงขณะนี้ รั้วไฟฟ้ามาตรฐานถูกติดตั้งประมาณ ๒ ก.ม. ที่หมู่บ้านแก่งปลากด

4. พันธมิตรจิตอาสาปลูกป่า

Volunteer tree planting alliance.

เมื่อเดือนกรกฎาคม  เครือข่ายฯ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมกับองค์กรอาสาสมัครด้านการปลูกป่าต่างๆ เพื่อทบทวนบทเรียนจากโครงการฟื้นฟูป่าที่ดำเนินการโดยมูลนิธิราชพฤกษ์ จิตอาสา  หน่วยวิจัยเพื่อการฟื้นฟูป่า (FORRU) และกลุ่มอื่นๆ จากทั่วประเทศ กิ๊บและจอย (ขวา) ซึ่งเป็นทีมงานโครงการฟื้นฟูป่าของเครือข่ายได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ที่กรุงเทพฯ เพื่อบอกเล่าเกี่ยวกับงานของเครือข่ายฯ และแลกเปลี่ยนสิ่งที่ค้นพบและประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมประชุม  นับเป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับทั้งสองคน

5. การประชุมโครงการ CSR ที่กาญจนบุรีจัดโดย DTAC

CSR initiative of DTAC.

ในเดือนกันยายน  สถาบันพัฒนาชนบทและ  DTAC ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทยได้จัดประชุม สำหรับเจ้าหน้าที่ราชการ เอ็นจีโอ และผู้นำจากภาคธุรกิจเพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับโครงการเพื่อสังคมที่ควรสนับสนุน ตู่และม่อนได้เข้าร่วมประชุมครั้งที่หนึ่งในกาญจนบุรีเพื่อเผยแพร่การทำงานของเครือข่ายอนุรักษ์ช้างและเสนอแนวคิด หลังจากนั้นอีกสองสัปดาห์ ทั้งสองได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมครั้งที่สองที่นครสวรรค์  การประชุมดังกล่าวได้นำเสนอประเด็นและโครงการต่างๆ ที่ควรได้รับการสนับสนุน  เครือข่ายอนุรักษ์ช้างได้นำเสนอโครงการรั้วไฟฟ้าป้องกันช้างป่าที่สลักพระไปที่ DTAC หลังจากนั้น

6. พันธมิตรเพื่ออนุรักษ์ลุ่มแม่น้ำแควใหญ๋

River Kwai Watershed Alliance.

ในเดือนกรกฎาคมและกันยายน ตู่และกิ๊บเป็นตัวแทนของเครือข่ายฯ เข้าร่วมการประชุมสองครั้งซึ่งจัดโดยโครงการผลิตสื่อวารสารแห่งลุ่มแม่น้ำแควใหญ่  ของมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆ เป็นผู้นำชุมชน ครูอาจารย์ในพื้นที่และสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจากอำเภอรอบๆ สลักพระ เป้าหมายของการประชุมดังกล่าวคือการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการตั้งศูนย์ประสานงานลุ่มน้ำลำตะเพินเพื่อประสานงานกับโครงการศึกษาวิจัยต่างๆ ในพื้นที่บริเวณนี้   และเพื่อเผยแพร่การค้นพบจากงานวิจัยต่างๆ ไปยังโรงเรียนและองค์กรในท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อสร้างจิตสำนึกของประชาชนในท้องถิ่นเกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของลุ่มแม่น้ำแควใหญ่ต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

 
ข้อมูลเพื่อการติดต่อ
เครือข่ายอนุรักษฺ์ช้าง
37/1  หมู่ 8  ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง
กาญจนบุรี  ประเทศไทย  71000
+66 (0) 34 624-684
info@ecn-thailand.org