Read online or in English
Elephant Conservation Network (ECN)
The Elephant Conservation Network - Kanchanaburi - Thailand
จดหมายข่าวเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง Vol. 4 Issue 2: 2008 
In This Issue
เป้าหมายของ
เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง

To understand the causes and effects of human- elephant conflict (HEC) and establish an inclusive and collaborative approach to seeking solutions and planning interventions.


เครือข่ายอนุรักษ์ช้างเป็น
องค์กรขนาดเล็กที่ไม่มุ่งหวังผล
กำไร และการดำเนินงานอาศัย
กองทุนต่างๆ และการบริจาค
จากภาคเอกชน   เครือข่ายฯ ยินดีและขอขอบพระคุณเป็น
อย่างสูงต่อการสนับสนุนด้าน
การเงินจากท่าน 


Make a Donatation to ECN
 

Belinda Stewart-Cox

ถึง เพื่อนๆและผู้สนับสนุนทุกท่าน

พวกเรากำลังยุ่งกันอย่างสุดๆ ณ ภาคตะวันตกของ
ประเทศไทย ขณะกำลังสรุปผลที่ได้รับจากโครงการเก่า
ในเวลาเดียวกันก็เตรียมเอกสารโครงการใหม่ร่วมกับผู้
ร่วมงานในพื้นที่  พลังงานส่วนใหญ่ถูกทุ่มไปในการ
วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เราได้เก็บรวบรวมในช่วงสองปีที่
ผ่านมา ตั้งแต่การติดตามการทำลายพืชไร่ของช้างป่า
และการทดลองป้องกันพืชไร่ ไปจนถึงการทำแผนที่การ
ใช้ประโยชน์ที่ดินและการสำรวจป่า  ผลที่ได้รับที่น่าสนใจ
ค่อยๆ ปรากฏขึ้นซึ่งรวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าพื้นที่ไร่ส่วน
ใหญ่ที่ถูกทำลายเป็นพื้นที่ดั้งเดิมที่ช้างเคยใช้เป็นเส้นทางเดินระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์
ป่าสลักพระไปสู่แม่น้ำแควใหญ่ (ซึ่งปัจจุบันถูกกั้นด้วยเขื่อนศรีนครินทร์)  และ 96 %
ของการเข้าทำลายเกิดจากช้างตัวผู้ ส่วนพื้นที่หลักๆ นั้นตั้งอยู่ระหว่างเขตรักษาพันธุ์ฯ
และแม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งเป็นของเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ และได้ที่ดินไว้ใน
ครอบครองในฐานะการลงทุนอย่างหนึ่งเมื่อประมาณหนึ่งทศวรรษที่แล้ว

น่าตื่นเต้นมากที่เราได้รับทุนสนับสนุนอีกครั้งจากมูลนิธิไคดันเร็นจากญี่ปุ่น และเรารู้สึก
ยินดียิ่งที่องค์กรท้องถิ่นต่างๆ จะช่วยสนับสนุนเงินทุนในการสร้างรั้วไฟฟ้าชุมชน และสุด
ท้ายนี้ขอขอบคุณอย่างสูงสำหรับทุกท่านที่ช่วยเราในการจัดซื้ออุปกรณ์เดินป่าแก่เจ้า
หน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด พวกเราและเจ้าหน้าที่ซาบซึ้งอย่างยิ่ง
ต่อน้ำใจอันดีงามของทุกท่าน และสิ่งนี้ได้ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานและขวัญ
กำลังใจของเจ้าหน้าที่

ด้วยความปรารถนาดีที่สุดสู่ทุกท่าน
เบลินด้า สจ๊อต ค็อกซ์
ผู้อำนวยการเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง


1. ไคดันเร็น สนับสนุนโครงการใหม่

Erik Rogers, ECN Web Designer
จิตตินทร์และเบลินด้า (ตรงกลาง เสื้อสีกากี) ขณะเยี่ยมชมแปลงปลูกป่า ณ หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังการประชุม อนาคตของ ป่า  2007 ซึ่งจัดโดย FAO

ทีมงานเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง และผู้ร่วม
งานที่ ZSL  รู้สึกปลื้มปิติที่ได้เป็นผู้รับทุน
สนับสนุนอีกครั้งจากกองทุนเพื่ออนุรักษ์
ธรรมชาติไคดันเร็น จากประเทศญี่ปุ่น
สำหรับโครงการใหม่นี้ เครือข่ายฯ จะร่วม
ทีมกับหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า (FORRU)
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จากภาคเหนือของ
ประเทศไทย เพื่อจัดตั้งหน่วยวิจัยฟื้นฟูป่า-
ภาคตะวันตก  เป้าหมายของโครงการนี้คือ
เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคนิควิธีการใน
การฟื้นฟูป่าธรรมชาติในพื้นที่เสื่อมโทรม
ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระและ
พื้นที่ของชุมชนโดยรอบ   ในปีแรกเราจะ
จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับชาวบ้านใน
พื้นที่  ดำเนินการสำรวจป่าซึ่งจะนำโดยนัก
พฤกษศาสตร์ของ FORRU การจัดฝึกอบรมเทคนิควิธีการต่างๆ ทั้งที่เชียงใหม่ และ
กาญจนบุรี จัดตั้งเรือนเพาะชำกล้าไม้ ดำเนินการสำรวจชีพลักษณ์ของต้นไม้เพื่อศึกษา
ลักษณะการติดดอกผลในรอบปีของต้นไม้แต่ละชนิด และติดตามการเจริญเติบโต
ของกล้าไม้ที่ปลูกเพื่อค้นหาชนิด "พรรณไม้โครงสร้าง" ที่ดีที่สุด โดยอาศัยประสบการณ์
การฟื้นฟูป่าร่วมกับชุมชนของ FORRU โครงการนี้จะดำเนินการโดยธิดารัชต์ (จอย)
ตกแต่ง FORRU ซึ่งได้เข้ามาร่วมงานกับเครือข่ายฯ ในปีนี้

2. สิ่งตีพิมพ์ใหม่เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างและงาน
ของเครือข่ายฯ

Cover of the FFI Conservation Report
Cover of the FFI Conservation Report

ในเดือนเมษายน, Fauna & Flora
International (FFI)
ได้จัดพิมพ์รายงาน
จากจากการประชุมความขัดแย้งระหว่าง
คนกับช้าง (HEC) ซึ่งได้จัดขึ้นที่เคนย่าใน
ปี 2549 ภายใต้หัวข้อ "การบรรเทาความ
ขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง: กรณีศึกษาจาก
อาฟริกา และเอเชีย" ซึ่งรวบรวมและเรียบ
เรียงโดย ดร.แมท วอทโพล จาก FFI และ
ดร.แมททิว ลิงค์กี้ จาก Durrell Institute
of Conservation and Ecology (DICE)

งานประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงาน
ของโครงการบรรเทาความขัดแย้งระหว่าง
คนกับช้างของเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง ซึ่งได้
รับทุนสนับสนุนโดย ดาร์วิน อินนิชิเอทีฟ
และจัดโดย ดร.แมท วอทโพล และดร.
เนาว์ ซิทาติ ซึ่งทั้งสองเป็นที่ปรึกษาที่ทรง
คุณวุฒิของเครือข่ายฯ ตั้งแต่ปี 2547
รายงานนี้ประกอบด้วยผลงาน 9 เรื่องของ
นักวิจัยเรื่องความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ในอาฟริกา และหนึ่งเรื่องจากผู้นำของเครือ
ข่ายอนุรักษ์ช้าง การประชุมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Zoological Society of
London
, WWF, Frankfurt Zoological Society, Kenya Wildlife Service and the
Dutch Ministry of Foreign Affairs  ด้วยเช่นเดียวกัน

3. เครือข่ายอนุรักษ์ช้างให้คำแนะนำเกี่ยวกับโครงการรั้วไฟฟ้า
ชุมชน

A cooperative effort by villagers, Salakpra and ECN to erect an electric fence between the forest and the village of Tha Sanun
การร่วมมือกันของชาวบ้าน สลักพระ และเครือข่ายฯ เพื่อติดตั้งรั้วไฟฟ้าระหว่างป่าและหมู่บ้านที่ท่าสนุ่น

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของ
เครือข่ายฯ  ร่วมกับชาวบ้าน 50 คน จาก
ตำบลวังด้ง และช่องสะเดา และเจ้าหน้าที่
จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้ร่วม
กันวางแผนเพื่อการก่อสร้างรั้วไฟฟ้าเป็น
ระยะทาง 15 กิโลเมตร ตามแนวเขตรักษา
พันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ "รั้วไฟฟ้านี้จะมี
ประโยชน์สองด้าน คือป้องกันไม่ให้ช้าง
เข้ามาทำลายพืชไร่ (และลดความเสี่ยง
จากการแก้แค้นช้างของชาวบ้าน) ขณะ
เดียวกันก็ป้องกันถิ่นอาศัยของช้างอีก
ด้วย" จิตตินทร์ ฤทธิรัตน์ ผู้ประสานงาน
เครือข่ายฯ กล่าว  "นอกจากปกป้องพืชไร่
แล้ว ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงการปกป้องช้าง
เหมือนกัน   รั้วไฟฟ้าควรจะสามารถลดแรงกดดันจากการกระทำของมนุษย์ที่มีต่อป่า
ด้วยเช่นเดียวกัน"

ในการพูดคุยถกปัญหาครั้งนี้ ได้มีผู้จัดจำหน่วยอุปกรณ์สำหรับการก่อสร้างรั้วเข้าร่วม
ด้วย  โดยชาวบ้านตัดสินใจที่จะทำรั้วไฟฟ้ากันเองภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
ตั้งแต่การทำเสา การติดตั้งเสาจนถึงการขึงลวด ชาวบ้านหลายคนจะได้รับการอบรมเกี่ยว
กับการดูแลรักษาและซ่อมแซมรั้วไฟฟ้าและการจัดการในระยะยาว  ประเมินงบประมาณ
การก่อสร้างอยู่ที่ 4.5 ล้านบาท ($ 132,000)  ขณะนี้ชาวบ้านได้รับงบจากองค์กรท้องถิ่น
เพียงแค่ 600,000 บาท ($ 18,000) และกำลังหาทุนสนับสนุนเพื่อทำให้โครงการที่มีคุณ
ค่านี้แล้วเสร็จ  ถ้าหากท่านต้องการให้ความช่วยเหลือ กรุณาติดต่อเรา หรือบริจาคโดย
ใช้  PayPal

4. การศึกษาดูงานที่ หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า มหาวิทยาลัย
เชียงใหม่ (FORRU-CMU)

ECN's Tu planting seedlings with Mr. Wasant, headman of Kaeng Plakod village
ตู่ ECN 'ปลูกต้นไม้ร่วมกับผู้ใหญ่วสันต์ จากหมู่บ้านแก่งปลากด

ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่
เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง กิ๊บ ม่อน และตู่ ร่วม
กับเจ้าหน้าที่เขตฯ สลักพระ 2 ท่าน และ
แกนนำชาวบ้านอีก 4 ท่าน ไปร่วมกิจกรรม
"ปลูกฟื้นฟูป่า" ณ อุทยานแห่งชาติดอยสุ
เทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว
อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
พื้นที่นี้ได้ถูกชาวบ้านแผ้วถางและเผาเพื่อ
การเกษตรติดต่อกันเป็นเวลานาน และเมื่อ
สิบปีก่อนชาวบ้านได้ตัดสินใจที่จะฟื้นฟูป่า
ด้วยพรรณไม้ท้องถิ่นเหนือหมู่บ้านของเขา -
"บ้านม้งแม่สาใหม่"  เมื่อได้ตระหนักว่า
พื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปนั้น พวกเขาต้อง
จ่ายคืนด้วยปริมาณน้ำใช้ที่ลดลง

ในปัจจุบันชาวบ้านดำเนินการปลูกป่าด้วยพรรณไม้ท้องถิ่นปีละครั้งในช่วงต้นฤดูฝน ซึ่ง
กิจกรรมการปลูกป่านั้นจะมี เด็กนักเรียนในหมู่บ้าน และผู้สนใจจากภายนอกมาช่วยกัน
ทุกครั้ง  ธิดารัชต์ (จอย) เป็นผู้ประสานให้เกิดกิจกรรมการศึกษาดูงานครั้งนี้ร่วมกับ
FORRU ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิควิธีการในเรือนเพาะชำและการปลูกฟื้นฟูป่า รวมถึง
การติดตามอัตราการรอดและการเจริญของกล้าไม้   จากการได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้
เป็นเวลา 3 วัน และได้พักร่วมกับชาวม้งบ้านแม่สาใหม่ เจ้าหน้าที่เครือข่ายฯ และผู้ร่วม
เดินทางทุกท่านได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมากมาย ทั้งกิจกรรมที่
ควรและไม่ควรทำเกี่ยวกับการฟื้นฟูถิ่นอาศัย และการอนุรักษ์ธรรมชาติ "เป็นการเดินทาง
ที่คุ้มค่ามาก" นายวสัตน์ สุนจิรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านแก่งปลากดกล่าว "พวกเราสามารถนำสิ่งที่
ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมการฟื้นฟูป่าของพวกเราที่สลักพระได้"

5. เทศกาลดนตรีเพื่อมนุษย์และธรรมชาติ ณ กาญจนบุรี

Mon describes ECN's conservation efforts to visitors at the festival.
ม่อน อธิบายกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ของ ECN แก่นักท่องเที่ยว ในงานเทศกาลดนตรีเพื่อธรรมชาติ

เหนือชามก๋วยเตี๋ยว ณ เพิงข้างถนน เบลิน
ด้า สจ็วต-ค็อกซ์ ผู้อำนวยการเครือข่ายฯ
และนักร้อง-นักแต่งเพลงที่กลายมาเป็น
พิธีกรทางทีวี คือ ทอดด์ ลาเวลล์ (Lavelle
Entertainment
) ได้ให้กำเนิดแผนงาน
ของ "เทศกาลดนตรีเพื่อมนุษย์และ
ธรรมชาติ" ในกาญจนบุรี ซึ่งจัดขึ้นข้าง
สะพานประวัติศาสตร์ - สะพานข้ามแม่น้ำ
แคว ในปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
โดยการดำเนินการของทอดด์และทีมงาน
ด้วยความช่วยเหลือจากเครือข่ายฯ และ
จัมโบ้ ทราเวล ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการ
ท่องเที่ยวของเครือข่ายฯ   กิจกรรมทั้ง 3
วัน ประกอบด้วยการสัมมนาเกี่ยวกับป่า
สัตว์ป่า และการอนุรักษ์ ตามด้วยการ
แสดงดนตรีแนวเวิลด์มิวสิกและการแสดงวัฒนธรรมของเด็กๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี
เครือข่ายฯ ได้จัดนิทรรศการในงานซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมากในการสื่อสารกับคนในพื้นที่
และนักท่องเที่ยว "สนุกมากที่ได้บอกแก่คนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเกี่ยว
กับโครงการต่างๆของเรา"

เอริค โรเจอร์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครของเครือข่ายฯ กล่าว "ผมคิดว่า พวกเราได้สร้างความ
ตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาที่ช้างป่าและถิ่นอาศัยของพวกมันกำลังเผชิญอยู่  เครือข่ายฯ
ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากการเปิดตัวครั้งนี้ เพราะเราได้พันธมิตรใหม่ที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้น"
นอกจากการจัดแสดงโปสเตอร์และการนำเสนอผ่านโปรแกรมพาวเวอร์พอนท์แล้ว ผู้ร่วม
ก่อตั้งเครือข่ายฯ     -  จิตตินทร์ ฤทธิรัตน์ ยังได้อภิปรายหัวข้อที่น่าสนใจ "ช้างของ
กาญจนบุรี- ศัตรูหรือมิตร" ณ โรงแรม   เฟลิกซ์ และนอกจากนี้ยังได้ให้สัมภาษณ์แก่
ทอดด์ ซึ่งได้ออกอากาศเผยแพร่สู่สาธารณชนทั้งก่อนและหลังเทศกาล

6. การร้องขอความช่วยเหลือมาที่เครือข่ายจากหมู่บ้านอื่นๆ

Jittin surveys elephant damage to a banana plantation in Sawaengba after telling villagers about ECN's work
จิตตินทร์ สำรวจความเสียหายของสวนกล้วย ที่ถูกช้างเข้าทำลาย ณ บ้านแสวงบ่า หลังจากเล่าการทำงานของ ECN ให้ชาวบ้านฟัง

หมู่บ้านแสวงบ่า ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ทึบอุดม
สมบูรณ์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติศรีสวัสดิ์
ซึ่งเป็นสามเหลี่ยมป่ารอยต่อที่ยังไม่ได้รับ
การคุ้มครองที่เหมาะสม ป่าบริเวณนี้เชื่อม
สลักพระตอนเหนือกับห้วยขาแข้ง -
แกนกลางของมรดกโลก ระหว่างการ
สำรวจป่าในปี 2550 ซึ่งได้รับทุนสนับสนุน
จากมูลนิธิไคดันเร็น  เครือข่ายฯ พบว่า
บริเวณหุบเขาศรีสวัสดิ์เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม
สำหรับการเป็นเส้นทางเดินผ่านของช้าง
แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกกั้นขวางด้วยแปลง
ปลูกผักและสวนผลไม้ ของชาวบ้าน
ประมาณ16 ครอบครัว   สิ่งที่ไม่จำเป็น
ต้องพูดคือ ฝูงช้างทำตามสัญชาติญาณ
ของมันเมื่อมาพบเจออาหารว่างที่กินได้ขณะเดินหากินอยู่บนเส้นทางที่เคยใช้ในอดีต
งานของเครือข่ายฯ ที่ทำในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบคล้ายคลึงกันได้ถูกพูดถึงอย่างแพร่
หลาย และชาวบ้านจากแสวงบ่าก็ได้ขอความช่วยเหลือจากเราด้วยเช่นกัน "เรารู้สึกดีใจ
มากที่ชาวบ้านเหล่านี้เข้ามาขอความช่วยเหลือ นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเราได้รับความไว้
วางใจและความนับถือจากชาวบ้านในพื้นที่" จิตตินทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ตั้งข้อ
สังเกต

เครือข่ายฯ ได้เสนอแนะทางออกที่หลากหลายซึ่งรวมถึงการติดตั้งระบบสัญญาณเตือน
ภัยล่วงหน้า (เช่น แขวนกระดิ่งบนเชือกกั้นเส้นทางเข้า-ออกของช้าง)  การใช้เสียงมนุษย์
(เช่น เปิดวิทยุผ่านลำโพง)  ล้อมรั้วไฟฟ้าอย่างง่ายรอบแปลงเกษตร และวิธีการที่ดีที่สุด
คือ ปลูกพืชที่ช้างไม่กิน 

7. เครือข่ายฯ ระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์สนามสำหรับเจ้าหน้าที่
พิทักษ์ป่า

ECN staff present Tham Than Lod rangers with the equipment needed to patrol the Srisawat reserve effectively
เจ้าหน้าที่เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง มอบอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินป่า แก่เจ้าหน้าที่ลาดตะเวน ถ้ำธารลอด เพื่อเสริมประสิทธิภาพของการลาดตระเวน

กระทรวงสิ่งแวดล้อมฯ ได้ขานรับรายงาน
การสำรวจป่ารอยต่อของเครือข่ายฯ โดย
การขอให้เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติที่
ตั้งอยู่ใกล้เคียง (เฉลิมรัตน์โกสินทร์ ซึ่ง
รู้จักกันดีในนาม ถ้ำธารลอด) ให้ลาด
ตะเวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อดูแลและป้องกัน
การตัดไม้และการบุกรุกพื้นที่จนกว่าพื้นที่
บริเวณนี้จะได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสม
อุทยานฯ ได้ว่าจ้างพนักงานลาดตะเวน
จำนวนแปดนาย แต่ขาดงบประมาณในการ
จัดซื้ออุปกรณ์ภาคสนามเพื่อใช้ในการลาด
ตะเวน ดังนั้นเราจึงขอบริจาคจากเพื่อนๆ
และเพื่อนร่วมงานและรู้สึกตื่นเต้นมากกับ
ผลตอบรับกลับมา และขอขอบคุณดีล์ท
แฮม ทราเวล กรุ๊ป, เดวิด ไลแมน, ร้านปา
ย่า และเพื่อนผู้ใจดีของเราทั้งหลาย ซึ่งทำให้เครือข่ายฯ สามารถจัดซื้อเป้สนาม เปล
สนาม และผ้าคลุมกันฝน หม้อสนาม กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์อื่นๆ แก่เจ้าหน้าที่ลาด
ตะเวนได้สำเร็จ

"เจ้าหน้าที่ลาดตะเวน เป็นวีรบุรุษผู้ปิดทองหลังพระของระบบพื้นที่อนุรักษ์  พวกเขาได้รับ
ค่าตอบแทนที่น้อยและอุปกรณ์ที่ไม่เพียงพอสำหรับการทำงานมาเป็นเวลายาวนาน
เรื้อรัง" เบลินด้า สจ๊อต-ค็อกซ์ แสดงความคิดเห็น "ถึงที่สุดแล้ว เราต้องการชักจูงใจให้
รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนที่พอเพียงแก่ทีมงานด้านอนุรักษ์ของรัฐ แต่ในขณะนี้สิ่งที่เรา
สามารถทำได้คือช่วยในสิ่งที่เราทำได้ก่อน" เจ้าหน้าที่ถ้ำธารลอดยินดีเป็นอย่างยิ่งกับ
การได้รับบริจาคในครั้งนี้ "การสนับสนุนลักษณะนี้ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น มันสอด
คล้องกับความเป็นจริง และเป็นเรื่องดีที่ได้ทราบว่ามีผู้สนับสนุน เช่น เครือข่ายฯ ที่เข้าใจ
ความยากลำบากของพวกเราและใส่ใจพอที่จะให้ความช่วยเหลือ"  นายสุรินทร์ สร้าง
การนอก หัวหน้าทีมพนักงานพิทักษ์ป่ากล่าว   เครือข่ายฯ ยังต้องการสนับสนุนอุปกรณ์
ภาคสนามแก่หน่วยเฝ้าระวังเคลื่อนที่เพื่อบรรเทาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างของสลัก
พระด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งรวมถึงยานพาหนะในการลาดตะเวน  หากผู้ใดต้องการให้ความ
ช่วยเหลือเป็นเงินหรืออุปกรณ์  กรุณาติดต่อเรา หรือ บริจาคโดยใช้  PayPal

8. สำนักงานใหม่ของเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง

ECN's New Office in Kanchanaburi
จิตตินทร์ กริช กิ๊บ ม่อน ตู่ ในสำนักงานใหม่

ระฆังเพื่อฉลองปีใหม่ไทยดังขึ้นในเดือน
เมษายน ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดพร้อม
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่น่ายินดีที่ทุก
คนรอคอยมานาน นั่นก็คือ การย้ายเข้า
สำนักงานใหม่ พวกเราไม่ได้ย้ายไปไหน
ไกล และยังคงอยู่ในตำบลแก่งเสี้ยน ซึ่ง
ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์เพียงชั่วครู่จาก
สะพานข้ามแม่น้ำแคว แต่ที่นี่เรามีพื้นที่
เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก "ทีมเราเติบโตจนล้น
สำนักงานเดิมมานานแล้ว" แหม่มผู้ช่วยผู้
ประสานงานในพื้นที่ของเครือข่ายฯ กล่าว
ที่ทำงานใหม่มีข้อได้เปรียบอื่นๆ อีกด้วย
นอกจากอากาศถ่ายเทได้ดีแล้ว อาคารแห่งนี้ยังมีคุณสมบัติหลายประการของบ้านเรือน
ไทย เช่น ห้องที่สูงโล่ง การใช้พัดลมเพดาน หลังคาที่ระบายความร้อนได้ดี ไม่จำเป็น
ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ นอกเสียจากว่าฤดูร้อนในปีต่อๆ ไปจะร้อนกว่าที่เราเคยคุ้นเคย!
ซึ่งทำให้เราหวังว่าจะลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมลงได้บ้างจากใบเสร็จค่าไฟฟ้าที่ลดลง


เครือข่ายอนุรักษฺ์ช้าง
เครือข่ายอนุรักษ์ช้างเป็นองค์กรเอกชนขนาดเล็ก  ในจังหวัดกาญจนบุรี ภาคตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งกำลังแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนแก่
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้าง   เป้าหมายปัจจุบันของเครือข่ายฯ คือการรับประกันอนาคตที่มั่นคงของช้างป่าสลักพระและระบบ
นิเวศในป่าของพวกมันเพื่อประโยชน์ของคนท้องถิ่นและสัตว์ป่า  เครือข่ายฯ ได้รับการสนับสนุนจาก Zoological Society of London (ZSL)
และทำงานกับชุมชนในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนอื่นๆ   เราขอขอบพระคุณผู้บริจาคเงินทุนและผู้สนับสนุนเป็นอย่างสูง:
ECN Donors and Supporters
ข้อมูลเพื่อการติดต่อ
เครือข่ายอนุรักษฺ์ช้าง
37/1  หมู่ 8  ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง
กาญจนบุรี  ประเทศไทย  71000
+66 (0) 34 624-684
info@ecn-thailand.org